Services

การให้บริการทำความสะอาดในโรงพยาบาล

การให้บริการทำความสะอาดในโรงพยาบาลของประเทศไทยมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์ การควบคุมการติดเชื้อเป็นเป้าหมายหลักที่ทำให้มาตรฐานการทำความสะอาดในโรงพยาบาลต้องเป็นไปอย่างเคร่งครัดและมีระบบ โดยรายละเอียดเกี่ยวกับการให้บริการทำความสะอาดในโรงพยาบาลของประเทศไทยสามารถแบ่งออกเป็นหลายส่วน ดังนี้:

  1. มาตรฐานการทำความสะอาด (Cleaning Standards)

โรงพยาบาลในประเทศไทยส่วนใหญ่จะปฏิบัติตามมาตรฐานการทำความสะอาดที่ได้รับการรับรองโดยกระทรวงสาธารณสุขและองค์กรด้านสุขภาพ เช่น GMP (Good Manufacturing Practice) และ HA (Hospital Accreditation) เพื่อให้แน่ใจว่าการทำความสะอาดเป็นไปอย่างปลอดภัยและป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค

  • การทำความสะอาดทั่วไป (General Cleaning): การทำความสะอาดพื้นผิวที่ไม่ใช่จุดสัมผัสสูง เช่น ทางเดิน ห้องรับรอง หรือพื้นที่สาธารณะ จะต้องทำทุกวัน
  • การทำความสะอาดเฉพาะจุด (Spot Cleaning): สำหรับพื้นผิวที่สัมผัสบ่อย เช่น มือจับประตู โต๊ะในห้องผู้ป่วย หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ ต้องได้รับการทำความสะอาดหลายครั้งต่อวัน
  • การทำความสะอาดพื้นที่ควบคุมเชื้อ (Sterile Cleaning): พื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ห้องผ่าตัด ห้อง ICU หรือห้องพักผู้ป่วยที่มีโรคติดเชื้อ จะต้องใช้มาตรการพิเศษในการทำความสะอาด เช่น การใช้สารฆ่าเชื้อที่เข้มข้น และการใช้เครื่องมือเฉพาะในการกำจัดเชื้อโรค
  1. ขั้นตอนและกระบวนการทำความสะอาด (Cleaning Procedures)

การทำความสะอาดในโรงพยาบาลจะถูกแบ่งออกเป็นหลายระดับตามความเสี่ยงของการติดเชื้อ:

  • การทำความสะอาดพื้นฐาน (Routine Cleaning): ทำความสะอาดพื้น ผนัง และอุปกรณ์ที่ใช้ในห้องพักผู้ป่วย เช่น เปลี่ยนผ้าปูที่นอน ล้างอ่างล้างมือ และเช็ดทำความสะอาดพื้นผิวด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ
  • การทำความสะอาดหลังจากผู้ป่วยออกจากห้อง (Terminal Cleaning): เมื่อผู้ป่วยออกจากห้องพัก จะมีการทำความสะอาดอย่างละเอียดทุกจุด รวมถึงการฆ่าเชื้อในพื้นที่ที่สัมผัสบ่อย เช่น ที่นอน เก้าอี้ มือจับ และการฆ่าเชื้อในอากาศหากจำเป็น
  • การฆ่าเชื้อด้วยวิธีพิเศษ (Disinfection and Sterilization): การใช้สารเคมีฆ่าเชื้อ เช่น แอลกอฮอล์ ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ หรือการใช้เครื่องมือที่ให้ความร้อนเพื่อฆ่าเชื้อในพื้นที่ที่มีการทำหัตถการหรือผ่าตัด
  1. การใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด (Cleaning Products and Equipment)

บริษัทจะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีคุณสมบัติต้านจุลชีพและปลอดภัยต่อผู้ป่วยและบุคลากร:

  • สารเคมีทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ (Disinfectants and Cleaners): การใช้สารเคมีที่มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อ เช่น โซเดียมไฮโปคลอไรต์ (Sodium Hypochlorite), แอลกอฮอล์ 70%, และสารฟอกขาว จะถูกใช้ในปริมาณและวิธีที่ปลอดภัย
  • อุปกรณ์ทำความสะอาดที่ได้มาตรฐาน: เครื่องดูดฝุ่นที่มีระบบกรอง HEPA เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของฝุ่นและเชื้อโรค รวมถึงการใช้เครื่องมือเช่น ผ้าชุบสารฆ่าเชื้อที่สามารถทิ้งได้หลังการใช้ในแต่ละครั้ง
  1. การฝึกอบรมพนักงานทำความสะอาด (Staff Training and Protocols)

พนักงานทำความสะอาดในโรงพยาบาลจำเป็นต้องได้รับการฝึกอบรมที่เข้มงวดเกี่ยวกับ:

  • มาตรการความปลอดภัยและการควบคุมการติดเชื้อ: พนักงานต้องเรียนรู้วิธีการป้องกันตนเอง เช่น การสวมใส่หน้ากาก ถุงมือ และชุดป้องกัน (PPE) ที่ถูกต้องเมื่อทำงานในพื้นที่เสี่ยงสูง
  • การจัดการขยะติดเชื้อ (Infectious Waste Management): การคัดแยกและจัดการขยะที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ขยะติดเชื้อหรือของมีคม ต้องปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรค
  1. ความปลอดภัยของผู้ป่วยและบุคลากร (Patient and Staff Safety)

การทำความสะอาดในโรงพยาบาลมุ่งเน้นให้ความปลอดภัยของผู้ป่วยและบุคลากรเป็นหัวใจสำคัญ การลดความเสี่ยงของการติดเชื้อในโรงพยาบาล (HAIs – Hospital-acquired infections) จึงเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลัก การตรวจสอบความสะอาดและการปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัดจะถูกติดตามโดยทีมควบคุมการติดเชื้อภายในโรงพยาบาล

  1. การตรวจสอบและประเมินผล (Inspection and Evaluation)

ทางโรงพยาบาลจะมีการตรวจสอบและประเมินผลการทำความสะอาดของบริษัทเป็นประจำ เพื่อให้มั่นใจว่ามาตรฐานได้รับการปฏิบัติอย่างถูกต้อง การตรวจสอบนี้อาจรวมถึงการตรวจเช็คความสะอาดของพื้นผิว การวิเคราะห์ผลการฆ่าเชื้อ และการให้คะแนนความพึงพอใจจากผู้ใช้บริการโรงพยาบาลอีกด้วย

 

การให้บริการทำความสะอาดในอาคารสำนักงาน

การให้บริการทำความสะอาดในอาคารสำนักงานในประเทศไทยเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากความต้องการในการดูแลและรักษาความสะอาดในสถานที่ทำงาน โดยเฉพาะในอาคารสำนักงานที่มีผู้คนเข้าออกจำนวนมาก บริการทำความสะอาดนี้มีการจัดการอย่างมืออาชีพ เพื่อรักษาความสะอาด ปลอดภัย และถูกสุขลักษณะ รายละเอียดของบริการทำความสะอาดในอาคารสำนักงานในประเทศไทยสามารถแบ่งออกได้ดังนี้:

  1. บริการทำความสะอาดทั่วไป (General Cleaning)
  • การทำความสะอาดพื้น: ครอบคลุมถึงการกวาด ถูพื้น เช็ดฝุ่น และดูดฝุ่นตามพื้นที่ต่าง ๆ เช่น ห้องทำงาน ห้องประชุม โถงทางเดิน และพื้นที่ส่วนกลาง การใช้เครื่องมือและน้ำยาที่เหมาะสมกับชนิดของพื้น เช่น พื้นกระเบื้อง พื้นไม้ หรือพื้นพรม จะช่วยรักษาคุณภาพของพื้นผิวให้สะอาดและยืดอายุการใช้งาน
  • การทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์สำนักงาน: รวมถึงการเช็ดทำความสะอาดโต๊ะ เก้าอี้ คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ออฟฟิศอื่น ๆ เพื่อขจัดฝุ่นและคราบสกปรกที่อาจสะสมในระหว่างการใช้งาน
  1. บริการทำความสะอาดห้องน้ำ (Restroom Cleaning)
  • การทำความสะอาดห้องน้ำเป็นงานที่ต้องใส่ใจในเรื่องของสุขอนามัยเป็นพิเศษ รวมถึงการเช็ดล้างโถส้วม อ่างล้างหน้า และกระจก พร้อมกับการฆ่าเชื้อโรคในบริเวณที่เสี่ยงต่อการสะสมเชื้อโรค
  • นอกจากนี้ยังต้องเติมอุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น กระดาษชำระ สบู่เหลว และน้ำยาล้างมือ เพื่อให้พร้อมใช้งานตลอดเวลา
  1. การจัดการขยะ (Waste Management)
  • การเก็บขยะจากพื้นที่สำนักงาน รวมถึงการจัดการขยะที่สามารถรีไซเคิลได้ แยกจากขยะทั่วไปหรือขยะอันตราย (เช่น ขยะทางการแพทย์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์) เป็นอีกหนึ่งบริการสำคัญ เพื่อรักษาความสะอาดและลดการสะสมของขยะที่อาจเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรค
  • มีการกำหนดจุดเก็บขยะที่สะดวกและปลอดภัยสำหรับพนักงานและผู้ใช้อาคาร
  1. การทำความสะอาดกระจกและพื้นผิวอื่น ๆ (Glass & Surface Cleaning)
  • บริการนี้รวมถึงการทำความสะอาดหน้าต่าง กระจก และพื้นผิวเงา เช่น กระจกภายในอาคาร หน้าต่างภายนอก กระจกประตู รวมถึงการเช็ดทำความสะอาดพื้นผิวโลหะ เช่น ลูกบิดประตู ราวจับ และลิฟต์
  • การทำความสะอาดกระจกภายนอกอาคารสูงจะมีการใช้ทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่มีอุปกรณ์และความปลอดภัยสูง
  1. 5. การขัดพื้นและเคลือบเงา (Floor Polishing & Waxing)
  • บริการขัดพื้นและเคลือบเงาจะช่วยทำให้พื้นเงางามและป้องกันการสึกกร่อน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการใช้งานบ่อย เช่น โถงทางเดิน หรือห้องประชุมใหญ่ บริการนี้มักจะทำเป็นรอบตามความเหมาะสมของชนิดของพื้นผิวและการใช้งาน
  1. การทำความสะอาดหลังการก่อสร้างหรือซ่อมแซม (Post-construction Cleaning)
  • สำหรับอาคารสำนักงานที่เพิ่งสร้างเสร็จหรือซ่อมแซม บริการทำความสะอาดหลังการก่อสร้างจะช่วยขจัดฝุ่น สิ่งสกปรก เศษวัสดุ และคราบต่าง ๆ ที่เกิดจากการก่อสร้างหรือปรับปรุง
  1. การให้บริการทำความสะอาดแบบพิเศษ (Specialized Cleaning Services)
  • บริการทำความสะอาดเฉพาะจุด เช่น การทำความสะอาดพรม การกำจัดคราบน้ำมัน การฆ่าเชื้อโรคในบริเวณที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ในห้องประชุมใหญ่ หรือห้องที่มีการใช้ร่วมกันหลายคน
  • นอกจากนี้ยังมีบริการทำความสะอาดพื้นที่ภายนอกอาคาร เช่น บริเวณลานจอดรถ สวน หรือพื้นที่ส่วนกลางภายนอก
  1. การใช้น้ำยาทำความสะอาดที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Eco-friendly Cleaning Products)

การเลือกใช้น้ำยาทำความสะอาดที่ปลอดภัยต่อสุขภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นที่ต้องการเพิ่มขึ้นในอาคารสำนักงานสมัยใหม่ เนื่องจากมีข้อดีต่อทั้งสุขภาพของพนักงานและภาพลักษณ์ที่ดีต่อองค์กรในการแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

Booking Now

We Offer Best Cleaning Service & Solution

บริษัท นิวอินเตอร์เนชั่นแนลเยนเนอรัล จำกัด